👁 ตัวอย่างข้อสอบ (10 ข้อแรก · ไม่แสดงเฉลยในหน้านี้)
1. พระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์แห่งการศึกษาในความหมายใด
ก. ฝึกพฤติกรรม จิต และปัญญาโดยอาศัยเหตุปัจจัย
ข. จำคำสอนโดยไม่ปฏิบัติ
ค. เชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม
ง. ศึกษาพิธีเท่านั้น
2. การแก้ปัญหาแบบเหตุปัจจัยควรเริ่มอย่างไร
ก. กำหนดปัญหาและสืบหาปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้ก่อนเลือกวิธี
ข. เลือกวิธีที่นิยมก่อน
ค. โทษบุคคลเดียว
ง. หลีกเลี่ยงข้อมูลที่ขัดใจ
3. เหตุใดการมองเหตุปัจจัยจึงต่างจากการกล่าวโทษ
ก. การมองเหตุปัจจัยตรวจความสัมพันธ์หลายด้านเพื่อแก้ได้ ส่วนการกล่าวโทษมักหยุดที่ตัวบุคคล
ข. ทั้งสองเหมือนกัน
ค. การกล่าวโทษแม่นยำกว่า
ง. เหตุปัจจัยไม่ต้องใช้หลักฐาน
4. ความไม่ประมาทมีบทบาทต่อการวางแผนชีวิตอย่างไร
ก. ทำให้ตระหนักความเปลี่ยนแปลง เตรียมพร้อม และลงมือทำสิ่งควรทำ
ข. ทำให้กลัวทุกเรื่อง
ค. ทำให้ไม่ยอมเสี่ยงเลย
ง. ทำให้รอความแน่นอน
5. นักเรียนมีเวลาสอบเหลือน้อย การใช้หลักไม่ประมาทข้อใดเหมาะที่สุด
ก. ประเมินช่องว่าง จัดลำดับเนื้อหา ฝึกทำ และปรับแผนจากผลจริง
ข. อ่านเฉพาะวิชาชอบ
ค. ตั้งเป้าเกินเวลามาก
ง. รออ่านคืนสุดท้าย
6. การมุ่งประโยชน์แก่บุคคลและสังคมต้องชั่งอะไร
ก. ผลดีต่อผู้ลงมือ ผู้อื่น และผลระยะยาวโดยไม่ละเมิดกัน
ข. ความพอใจตนอย่างเดียว
ค. เสียงส่วนใหญ่เท่านั้น
ง. ผลกำไรทันที
7. สันติภาพเชิงบวกต่างจากการไม่มีการต่อสู้อย่างไร
ก. รวมความยุติธรรม ความปลอดภัย และเงื่อนไขที่ลดความรุนแรงซ้ำ
ข. หมายถึงความเงียบ
ค. เกิดได้ด้วยการกดความเห็น
ง. ไม่เกี่ยวกับโครงสร้าง
8. การเจรจาความขัดแย้งตามแนวสันติควรทำสิ่งใดก่อน
ก. แยกคนออกจากปัญหา ฟังความต้องการ และหาข้อเท็จจริงร่วม
ข. ประกาศผู้ชนะ
ค. ขยายข่าวลือ
ง. บังคับขอโทษทันที
9. เหตุใดวิธีแก้ปัญหาเดียวอาจใช้ไม่ได้ทุกบริบท
ก. เพราะเหตุปัจจัย ทรัพยากร และผู้ได้รับผลกระทบต่างกัน
ข. เพราะหลักฐานไม่มีค่า
ค. เพราะทุกปัญหาเป็นเรื่องส่วนตัว
ง. เพราะผลลัพธ์วัดไม่ได้
10. การฝึกตนสัมพันธ์กับเสรีภาพภายในอย่างไร
ก. ช่วยลดการถูกอารมณ์และความเคยชินครอบงำการเลือก
ข. ทำให้ไม่มีความรู้สึก
ค. ยกเลิกหน้าที่ทั้งหมด
ง. ทำให้ควบคุมผู้อื่น
… และอีก 40 ข้อ (ครบทุกข้อ + เฉลยละเอียด + กระดาษคำตอบ เมื่อนำไปพัฒนาต่อ)