👁 ตัวอย่างข้อสอบ (10 ข้อแรก · ไม่แสดงเฉลยในหน้านี้)
1. เมื่ออ่านเรื่อง เล่นกลางแจ้ง ออกเสียง ควรทำเครื่องหมายใดก่อน
ก. จุดแบ่งวรรคตามกลุ่มความหมาย
ข. ทุกตัวอักษรที่อยู่กลางคำ
ค. เฉพาะเลขหน้า
ง. เฉพาะคำสุดท้ายของเรื่อง
2. คำว่า “กลางแจ้ง” หมายถึงสถานที่ลักษณะใด
ก. ห้องที่ปิดหน้าต่าง
ข. พื้นที่เปิดโล่งนอกอาคาร
ค. ใต้โต๊ะในห้องเรียน
ง. ตู้เก็บอุปกรณ์
3. ก่อนเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง ควรตรวจสิ่งใดเป็นอันดับต้น
ก. สีรองเท้าของผู้เล่น
ข. จำนวนตัวอักษรในชื่อเกม
ค. ความปลอดภัยของพื้นที่และอุปกรณ์
ง. เสียงเพลงที่ดังที่สุด
4. ถ้าประโยคยาวมีรายการการละเล่นสามชนิด ผู้อ่านควรเว้นจังหวะอย่างไร
ก. หยุดหลังทุกพยางค์
ข. อ่านรวบโดยไม่หายใจ
ค. ตัดชื่อการละเล่นออก
ง. หยุดสั้นระหว่างรายการและจบประโยคให้ชัด
5. แหล่งข้อมูลใดเหมาะสำหรับสืบค้นการละเล่นพื้นเมือง
ก. พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหรือผู้รู้ในชุมชนที่ตรวจสอบที่มาได้
ข. ข้อความนิรนามที่ไม่บอกแหล่ง
ค. คำโฆษณาสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้อง
ง. การคาดเดาจากชื่อเพียงอย่างเดียว
6. หากต้องจำแนกการแสดงพื้นเมืองตามภาค ควรใช้ข้อมูลใด
ก. ความชอบของผู้จำแนก
ข. ถิ่นกำเนิด ลักษณะการแสดง และหลักฐานอ้างอิง
ค. สีชุดที่ดูคล้ายกันเพียงอย่างเดียว
ง. จำนวนผู้ชมในวันนี้
7. เหตุใดควรอธิบายความหมายคำเฉพาะในการละเล่น
ก. ทำให้ทุกคำกลายเป็นภาษาต่างประเทศ
ข. ทำให้ไม่ต้องอ่านเรื่อง
ค. ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจกติกาและบริบทวัฒนธรรม
ง. ทำให้เปลี่ยนกติกาได้ตามใจ
8. ระหว่างเกม สมาชิกฝ่ายหนึ่งพลาดรับลูก เพื่อนควรตอบสนองแบบใดเพื่อรักษาความร่วมมือ
ก. เปลี่ยนกติกาเมื่อฝ่ายตนเสียเปรียบ
ข. ซ่อนอุปกรณ์ของอีกฝ่าย
ค. กล่าวโทษเพื่อนต่อหน้าทุกคน
ง. ให้กำลังใจและช่วยกันปรับตำแหน่งตามกติกา
9. การอนุรักษ์การละเล่นไทยแบบใดทำให้เด็กเข้าใจจริง
ก. บันทึกวิธีเล่นจากผู้รู้ ทดลองอย่างปลอดภัย และอธิบายที่มา
ข. จำชื่อโดยไม่เรียนรู้กติกา
ค. เปลี่ยนชื่อทั้งหมดเพื่อให้ทันสมัย
ง. ห้ามเด็กตั้งคำถาม
10. โรงเรียนมีพื้นที่จำกัด จะนำการละเล่นเดิมมาจัดอย่างไร
ก. เล่นเหมือนเดิมแม้เสี่ยงชนกำแพง
ข. รักษาหลักกติกาแต่ปรับขนาดพื้นที่และจำนวนผู้เล่นให้ปลอดภัย
ค. ยกเลิกโดยไม่พิจารณาทางเลือก
ง. ให้ผู้เล่นวิ่งออกนอกโรงเรียน