👁 ตัวอย่างข้อสอบ (10 ข้อแรก · ไม่แสดงเฉลยในหน้านี้)
1. ข้อความเปิดเรื่องระบุว่า “นานมาแล้ว ไม่ไกลจากขอนแก่นนัก” เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ใด
ก. บริเวณใกล้จังหวัดขอนแก่น
ข. กลางกรุงเทพมหานคร
ค. ชายฝั่งทะเลภาคใต้
ง. บนเกาะห่างไกล
2. เจ้าของเลี้ยงควายตัวหนึ่งไว้ทำงานใดตามตอนต้นเรื่อง
ก. ใช้เฝ้าร้านค้า
ข. ใช้ไถนา
ค. ใช้ส่งจดหมาย
ง. ใช้ลากเรือทะเล
3. บทอ่าน “ไม่อยากเป็นควาย” จัดเป็นร้อยแก้วได้จากลักษณะใด
ก. แบ่งเป็นวรรคเท่ากันทุกบรรทัด
ข. กำหนดคำเอกและคำโททุกบท
ค. เรียบเรียงเป็นประโยคต่อเนื่องโดยไม่บังคับสัมผัส
ง. มีจำนวนพยางค์ตายตัวทุกวรรค
4. คำว่า “ไถนา” ในเรื่องมีความหมายตรงกับข้อใด
ก. เก็บเมล็ดข้าวเข้ายุ้ง
ข. นำผลผลิตไปขายที่ตลาด
ค. ขุดบ่อเพื่อเลี้ยงปลา
ง. ใช้เครื่องมือพลิกและเตรียมดินในนา
5. วลี “นานมาแล้ว” ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจส่วนใดของเรื่อง
ก. ช่วงเวลาว่าเกิดขึ้นในอดีต
ข. จำนวนตัวละครทั้งหมด
ค. สาเหตุที่ควายทำงาน
ง. ตอนจบของเหตุการณ์
6. หากอ่านประโยคสนทนาในเรื่องออกเสียง ควรทำอย่างไรให้ผู้ฟังแยกผู้พูดได้
ก. อ่านทุกประโยคด้วยเสียงระดับเดียวโดยไม่หยุด
ข. ปรับน้ำเสียงตามอารมณ์และเว้นจังหวะตรงเครื่องหมาย
ค. ข้ามคำบอกผู้พูดทั้งหมด
ง. อ่านเฉพาะคำสุดท้ายของแต่ละประโยค
7. จากชื่อเรื่อง “ไม่อยากเป็นควาย” คำถามใดควรเก็บไว้ตรวจคำตอบระหว่างอ่าน
ก. หนังสือเล่มนี้พิมพ์ด้วยหมึกกี่หยด
ข. ผู้อ่านทุกคนเลี้ยงสัตว์ชนิดใด
ค. เหตุใดควายจึงไม่พอใจกับการเป็นตัวเอง
ง. ห้องสมุดเปิดวันละกี่ชั่วโมง
8. ข้อมูลประกอบบอกว่าควายไทยเคยช่วยวิถีชีวิตคนไทย ข้อใดเป็นบทบาทด้านเกษตรกรรม
ก. ทำหน้าที่เขียนบันทึกผลผลิต
ข. เป็นผู้เลือกพันธุ์ข้าว
ค. ควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติ
ง. เป็นแรงงานเตรียมพื้นที่เพาะปลูก
9. ข้อใดเป็นวิธีจับใจความจากตอนที่ควายพบตัวละครใหม่
ก. บันทึกว่าควายพบใคร ขออะไร และได้รับผลอย่างไร
ข. จดเฉพาะสีเสื้อของตัวละคร
ค. นับจำนวนตัวอักษรทุกบรรทัด
ง. อ่านข้ามผลของการกระทำ
10. ถ้าตัวละครพยายามเปลี่ยนตนเองตามผู้อื่น ผู้อ่านควรใช้หลักฐานใดประเมินว่าการเปลี่ยนนั้นเหมาะหรือไม่
ก. ดูเพียงว่าตัวละครสวมเสื้อสีอะไร
ข. เปรียบเทียบความรู้สึกและผลที่เกิดก่อนกับหลังเปลี่ยน
ค. ตัดสินจากชื่อเรื่องโดยไม่อ่านเหตุการณ์
ง. เลือกความเห็นของผู้อ่านคนแรกเท่านั้น