👁 ตัวอย่างข้อสอบ (10 ข้อแรก · ไม่แสดงเฉลยในหน้านี้)
1. เมื่อต้องอ่านประโยค “อย่าเพิ่งเด็ดนะ” เด็กหญิงร้อง ก่อนรีบประคองเถาไม้ วิธีอ่านใดเหมาะสมที่สุด
ก. อ่านคำพูดด้วยน้ำเสียงเตือน แล้วเว้นจังหวะก่อนส่วนบรรยาย
ข. อ่านทั้งหมดช้าและเบาโดยไม่เปลี่ยนน้ำเสียง
ค. หยุดหลังคำทุกคำเท่ากัน
ง. ละคำพูดแล้วอ่านเฉพาะส่วนบรรยาย
2. อ่านข้อความแต่งขึ้น “ชายชราวางกระเช้าไว้ใต้ชายคาเพื่อมิให้ต้องละอองฝน” คำว่า “ละอองฝน” ในบริบทนี้หมายถึงอะไร
ก. น้ำในลำธารที่ไหลแรง
ข. หยดฝนขนาดเล็กที่ปลิวมา
ค. หมอกหนาทึบทั้งวัน
ง. น้ำค้างที่เกาะเฉพาะพื้นดิน
3. อ่านเรื่องแต่งขึ้น “กลุ่มเด็กพบว่าผู้มาเที่ยวเหยียบต้นอ่อนเพราะไม่เห็นแนวทาง พวกเขาจึงขออนุญาตทำเชือกกั้นและป้ายอธิบาย ต่อมาต้นอ่อนเพิ่มจำนวน” ข้อใดสรุปครบที่สุด
ก. นักท่องเที่ยวเดินผ่านพื้นที่สีเขียว
ข. เด็ก ๆ ใช้เชือกทำป้ายหลายแผ่น
ค. เด็ก ๆ แก้ปัญหาต้นอ่อนถูกเหยียบด้วยแนวกั้นและความรู้ จนพืชฟื้นเพิ่มขึ้น
ง. ต้นอ่อนทุกชนิดเติบโตเร็วเท่ากัน
4. เหตุการณ์แต่งขึ้น: (1) สีดาพบรอยขาดที่หูกระเช้า (2) เธอขอเชือกจากยาย (3) ทั้งคู่ซ่อมแล้วนำไปคืนเจ้าของ ลำดับนี้แสดงกระบวนการใด
ก. ซ่อนปัญหาแล้วรอให้เจ้าของพบ
ข. เปลี่ยนเจ้าของกระเช้าโดยไม่บอก
ค. เลือกซื้อกระเช้าใหม่แทนการรับผิดชอบ
ง. สังเกตปัญหา ขอความช่วยเหลือ และร่วมกันแก้ไข
5. หากตัวละครไม่ยอมบอกแหล่งพืชหายากแก่คนที่ต้องการขุดขาย แต่แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ดูแล แรงจูงใจใดสมเหตุสมผลที่สุด
ก. ต้องการป้องกันพืชและประโยชน์ส่วนรวม
ข. ต้องการเก็บพืชไว้ขายเองภายหลัง
ค. ไม่รู้ว่าพืชอยู่บริเวณใด
ง. กลัวว่าตนจะจำชื่อพืชไม่ได้
6. ข้อความใดเป็นความคิดเห็นที่ต้องมีหลักฐานสนับสนุนเพิ่มเติม
ก. ตัวละครนำกระเช้าไปคืนในตอนเย็น
ข. กระเช้าใบนี้งดงามกว่าทุกใบในหมู่บ้าน
ค. หูกระเช้าขาดหนึ่งตำแหน่ง
ง. ยายใช้เชือกเส้นเดิมซ่อมกระเช้า
7. โรงเรียนพบเถาไม้ท้องถิ่นเหลือน้อย หากนำข้อคิดเรื่องความรับผิดชอบไปใช้ แผนใดเหมาะสมที่สุด
ก. ถอนทั้งหมดมาปลูกในกระถางของนักเรียน
ข. ประกาศตำแหน่งละเอียดให้คนทั่วไปมาเก็บ
ค. สำรวจโดยครูดูแล กำหนดเขตป้องกัน และเผยแพร่ความรู้โดยไม่เปิดทางให้เก็บขาย
ง. ตัดเถาแบ่งให้ทุกห้องก่อนสูญพันธุ์
8. ประโยคแต่งขึ้นข้อใดมีคุณค่าด้านวรรณศิลป์จากการสร้างภาพเด่นที่สุด
ก. “พืชชนิดนี้อยู่ข้างทาง”
ข. “เด็กนับใบได้สิบใบ”
ค. “ทุกคนกลับบ้านเวลาเย็น”
ง. “เถาอ่อนเกี่ยวกิ่งไม้ ร้อยดอกเล็กไหวเป็นกระเช้าใต้ลมเย็น”
9. ผู้อ่านสองคนตีความว่า การคืนกระเช้าที่ซ่อมแล้วสื่อทั้งความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ ข้อใดประเมินการตีความนี้ได้ดีที่สุด
ก. สมเหตุสมผล เพราะคืนของที่ไม่ใช่ของตนและแก้ความเสียหายก่อนคืน
ข. ไม่สมเหตุสมผล เพราะหนึ่งเหตุการณ์ให้ข้อคิดได้เพียงอย่างเดียว
ค. สมเหตุสมผลเพราะกระเช้ามีขนาดเล็ก
ง. ตัดสินไม่ได้แม้รู้การกระทำของตัวละคร
10. หลังอ่านนิทานแล้ว นักเรียนเสนอว่า “การเห็นคุณค่าของสิ่งเล็ก ๆ ทำให้เราดูแลทั้งของผู้อื่นและธรรมชาติ” การกระทำใดพิสูจน์ว่าเข้าใจแนวคิดนี้
ก. กล่าวชื่นชมเรื่องแต่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
ข. ซ่อมอุปกรณ์ส่วนรวมอย่างถูกวิธีและร่วมดูแลพืชในบริเวณโรงเรียน
ค. เก็บของที่พบไว้เพราะมีขนาดเล็ก
ง. รดน้ำเฉพาะต้นไม้ที่ตนเป็นเจ้าของ